015 : Cabin in the Woods หนังสยองขวัญสำหรับคนรักหนังสยองขวัญโดยแท้!!!
posted on 11 May 2012 10:08 by thinkless in AboutFilmไมได้เขียนบล็อกมาเป็นปีในที่สุดผมก็มีแรงบันดาลใจให้เขียนอีกครั้งแล้วครับ

มันเป็นหนังที่มีชื่อว่า Cabin in the Woods
หนังเรื่องนี้เป็นหนังดองข้ามปีของผู้กำกับ Drew Goddard ซึ่งอาจจะไม่คุ้นชื่อเท่าไร แต่ถ้าดูจากเครดิตที่ผ่านมานับว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะเป็นผู้เขียนบทในซีรี่ย์ดัง อย่าง Lost, Buffy the Vampire Slayer, Alias และหนังเจ๋งๆอย่าง Cloverfield
Goddard ทำหนังเรื่องนี้ร่วมกับ Joss Whedon ซึ่งคุ้นชื่อมากขึ้นหน่อยเพราะตานี่คือผู้กำกับ The Avengers หนังที่ถล่มโรงหนังอยู่ในขณะนี้ (บางโรงแทบจะฉายเรื่องนี้เรื่องเดียวเลย) โดยเรื่องนี้ Whedon รับหน้าที่เขียนบทและอำนวยการสร้าง
คนซ้าย Whedon คนขวา Goddard
ที่ว่าเป็นหนังดองข้ามปีเพราะว่าหนังมันสร้างเสร็จไปตั้งแต่ปี 2009 แล้วครับ ตั้งแต่ Chris Hemsworth ยังไม่ได้เล่น Thor เลย (ก็เลยเข้าใจได้ว่า ถ้าไม่มีหนังเรื่อง Thor Cabin in the Woods ก็น่าจะยังอยู่ในป่าต่อไป)
หนังเรื่องนี้ถ้าใครได้ดูหนังตัวอย่างแล้ว ถ้าไม่หมั่นไส้ ก็คงถูกกระตุ้นต่อมอยากดูอย่างรุนแรง เพราะมันเหิมเกริมกล้าประกาศตัวเองว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ไม่เหมือนใคร และ `คุณ`ไม่ทางเดาเนื้อเรื่องถูก
ซึ่งหลังจากดูแล้วก็ "เฮ้ย! มันทำอย่างที่พูดว่ะ"
(มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกไว้ก่อน เผื่อว่าคุณจะไม่อ่านข้างล่างต่อ(เพราะมันสปอยล์)ก็คือ จากหนังตัวอย่างคุณอาจเข้าใจว่ามันจะเป็นหนังหักมุมแบบ The Sixth Sense บอกไว้เลยว่าไม่ใช่ครับ มันเป็นหนังเล่าเรื่องตรงๆ จบแบบตรงๆนี่แหละ แต่พลิกแพลงที่รายละเอียดของมันครับ)
*********spoiled alert จริงๆแล้วถ้าถามผมว่าถ้ารู้เรื่องในหนังไปก่อนจะเสียอรรถรสมากมั้ย ก็ไม่ขนาดนั้นนะ แต่ถ้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหนังจะสนุกและเซอร์ไพรส์กว่ามากๆ***********
...
แน่ใจนะว่าจะอ่านต่อ
โอเค..
Cabin in the woods เป็นหนังที่ว่าด้วยกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ไปเที่ยวป่าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งถ้าดูจากตัวละครแล้วก็จะพบว่ามันเป็นตัวละครที่ซ้ำซากน่าเบื่อมาก ตั้งแต่สาวบลอนด์เซ็กซี่(ที่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าต้องออกมาโชว์นมแล้วก็ถูกฆ่าก่อนเพื่อน) สาวเรียบร้อย(ที่รู้อยู่แล้วว่าต้องรอดเป็นคนสุดท้าย) หนุ่มล่ำนักกีฬาแต่โง่ เด็กเรียนที่ดูน่าจะฉลาดแต่เอาเข้าจริงก็โง่ แล้วก็ตัวโจ๊กเอาไว้ปล่อยมุกฮาแล้วก็ตาย
คุ้นมั้ยครับ ใช่แล้ว มันเป็นแบบนี้กันทุกเรื่องนั่นแหละ

นักกีฬาหล่อล่ำ/เด็กเรียน/สาวบลอนด์สุดเอ๊กซ์/ตัวฮา/นางเอก
นี่แหละคือที่มาของหนังเรื่องนี้ "ทำไมมันถึงเป็นตัวละครแบบนี้ทุกเรื่อง"
หนังก็เลยหาเหตุผลมาให้ (แบบแถๆ) ว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะมันมีองค์กรลึกลับคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยปล่อยสารเคมีบางอย่างใส่เด็กวันรุ่นกลุ่มนี้แล้วก็เปลี่ยนนิสัยให้เป็นไปตามขนบหนังสยองขวัญ (ที่ชัดๆก็เช่น มีตัวละครตัวหนึ่งที่อยู่ๆก็ไปย้อมผมให้เป็นสีบลอนด์ก่อนจะไปเที่ยว) แล้วหลังจากนั้นก็จะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่คุ้นเคยของหนังสยองขวัญ คือ เป็นที่ห่างไกลผู้คน บ้านร้าง แล้วก็จะมีสิ่งของประหลาดบางอย่างที่มีไว้ปลุกวิญญาณร้ายออกมา จากนั้นก็ถูกฆ่าตายกันหมด ตามแบบฉบับหนังสยองขวัญ
หนังเปิดเผยตั้งแต่แรกว่ามีองค์กรที่ว่านี้อยู่เพียงแต่อาจจะยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ชัดๆในตอนแรก(ก่อนจะมาเฉลยในตอนท้ายว่าที่ต้องทำเพราะเป็นการบูชายัญเทพที่อยู่ใต้พิภพ ซึ่งถ้าทำไม่สำเร็จโลกจะถึงกาลอวสาน) ซึ่งจุดนี้เองที่หนังเล่นกับอารมณ์ขันร้ายๆตลอดเรื่อง จึงอาจกล่าวได้ว่า Cabin in the Woods เป็นหนังตลกล้อเลียนมากกว่าหนังสยองขวัญ เพราะในระหว่างที่เหล่าวัยรุ่นกำลังเผชิญหญ้ากับความกลัว เหล่าเจ้าหน้าที่องค์กรพวกนี้กลับมาพนันขันต่อกันอย่างสนุกสาน
ฉากฆ่าในหนังไม่มีอะไรพิสดาร คุณเคยเห็นมันในหนังเรื่องอื่นมาแล้วทั้งนั้น แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะหนังมันก็บอกอยู่แล้วว่ามีคนคอยชักใยให้เป็นแบบนั้นอยู่
หนังยังแซววงการหนังสยองขวัญในปัจจุบันอีกด้วย เช่น ตอนต้นเรื่องเจ้าหน้าที่องค์กรถกปัญหากันว่าที่องค์กรสาขาอื่นทำล้มเหลวไปหมดเหลือแต่ญี่ปุ่นกับอเมริกา ก็เป็นการบอกเป็นนัยๆว่าโลกตอนนี้หนังสยองขวัญที่ยังทำกันอยู่ก็มีแต่ญี่ปุ่นกับอเมริกา (ซึ่งสุดท้ายก็ล้มเหลวกันหมด)
อีกประเด็นที่คิดว่าหนังน่าจะต้องการสื่อก็คือเหตุการณ์ในเรื่องมันก็เปรียบเหมือนสร้างหนังเรื่องหนึ่งนั่นแหละ มีทีมงานสร้าง (องค์กรลึกลับ) นักแสดง (ก็เหล่าวัยรุ่นที่ถูกหลอกมา) ส่วนเทพใต้พิภพในเรื่องก็น่าจะหมายถึงคนดูนั่นเอง
นั่นก็หมายความว่าหนังกำลังบอกว่าที่วงการหนังสยองขวัญไม่ไปไหน ก็เพราะว่าสตูดิโอ (=องค์กรลึกลับ) คิดเอาเองว่าเทพใต้พิภพ (=คนดู) อยากดูหนังแบบเดิมๆ (องค์กรก็เลยต้องเซ็ตฉากซ้ำๆ ตัวละครซ้ำๆ เพื่อสังเวยให้เทพใต้พิภพ) ก็คิดดูว่าหนังอย่าง Cabin in the Woods ยังโดนดองอยู่ 2-3 ปี กว่าจะฉาย สาเหตุก็เพราะสตูดิโอคิดว่ามันแหกคอกจนคนดูอาจจะไม่ชอบนั่นเอง
หนังเรื่องนี้จึงเหมาะมากกับแฟนหนังสยองขวัญพันธุ์แท้ที่ไม่ว่าจะยังหลงรักหนังแนวนี้หรือเบื่อหน่ายเต็มทน เพราะคุณจะรู้สึกอึ้งทั้งขำกับสารพัดมุกที่หนังเสียดสี ล้อเลียน และต้องสะใจกันแน่ๆกับฉากปล่อยผีท้ายเรื่องที่มากันหมดทั้งจักรวาลหนังสยองขวัญ (รวมถึงการปรากฏตัวของ Sigourney Weaver ด้วย) เรียกได้ว่าไม่เผื่อไว้ทำเรื่องอื่นอีกเลย
แต่ถ้าคุณเป็นนักดูหนังทั่วไป ไม่ได้สนใจเรื่องขนบหนังอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด ก็อาจจะมึนงงและคิดในใจว่า "นี่มันหนังบ้าอะไรวะ" ก็เป็นได้ เพราะเอาเข้าจริงๆ หนังมันก็ออกทะเลได้สุดกู่จริงๆ (แต่ออกทะเลแบบมันๆนะ)
หลังจากดูจบผมก็คิดว่าหลังจากหนังเรื่องนี้ออกมาแล้ว มันจะยังมีคนสร้างหนังสยองขวัญสูตรสำเร็จออกมาอีกหรือเปล่า
ถ้ามีก็คงอดคิดถึงหนังเรื่องนี้ไม่ได้แน่ๆ