(เป็นความบังเอิญเล็กๆ ที่เขียนวิจารณ์ District 9 เป็นตอนที่ 9 พอดี )

 


 

สำหรับหนังที่เกี่ยวกับเอเลี่ยนหรือมนุษย์ต่างดาวในความทรงจำของผมเนี่ย เรื่องแรกๆน่าจะเป็น I.D. 4 ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยยกมันเป็นสุดยอดหนังเมื่อสมัยครั้งเยาว์วัย (ก่อนที่จะรู้สึกเฉยๆเมื่อดูตอนโตขึ้น)

แต่ครั้งนั้นผมก็ไม่ได้มีความทรงจำที่เกี่ยวกับเอเลี่ยนนัก ส่วนใหญ่จะมีความทรงจำกับ วิลล์ สมิธ มากกว่า

จนกระทั่งได้มาดู District 9 เนี่ยแหละ

ผมก็มานั่งคิดว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยแคร์ความรู้สึกเอเลี่ยนเลยแฮะ (ยกเว้นตอนดู E.T.)

เพราะใน District 9 นี่มันเชื้อเชิญให้เราไปยืนฝั่งเอเลี่ยนสุดๆเลย

1. เอเลี่ยน = ผู้รุกราน

 

ที่ผ่านมาหนังเอเลี่ยนในตระกูลหนังแอคชั่น เอเลี่ยนคือผู้รุกรานเสมอ (ซึ่งก็แน่นอนเพราะเอเลี่ยนมาจากดาวอื่น) ไม่ว่าจะเป็น I.D. 4, War of the World, Men in Black, Signs, Aliens ทุกภาค (จะรวม Aliens VS Predaters ด้วยก็ได้นะ -_-") หรือเรื่องไหนก็ตาม

และแน่นอนว่าในฐานะมนุษย์โลกอย่างเราจะไปยอมได้อย่างไร เราก็ต้องสู้จนถึงที่สุด และต้องทำลายล้างเอเลี่ยนให้สิ้นซากไป

แต่จริงๆแล้วเอเลี่ยนเค้าโหดร้ายขนาดเลยเหรอ

2. เอเลี่ยน = มนุษย์ต่างด้าว

ใน District 9 นำเสนอเรื่องราวผ่านสารคดีที่ว่าด้วยเอเลี่ยนกลุ่มหนึ่งที่มาตั้งถิ่นฐานที่กรุงโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และโยงไปถึงเรื่องราวของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของหน่วย MNU ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับเอเลี่ยน

หนังให้ภาพของเอเลี่ยนที่ต่างจากหนังเรื่องอื่นๆโดยสิ้นเชิง

เอเลี่ยนพวกนี้ลำบาก อาศัยกันเป็นสลัม ถูกกักบริเวณ แล้วก็ดูป่าเถื่อนไม่มีอารยะ (ตามแบบเวลาที่เรามองเห็นภาพแรงงานอพยพทั้งหลาย) สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน (เช่น ลักขโมย) แต่ในขณะเดียวกันเอเลี่ยนเหล่านี้ก็ถูกตักตวงผลประโยชน์จากมนุษย์บางกลุ่ม โดยการขายอาหารแมว(ซึ่งเป็นอาหารที่เอเลี่ยนติดกันงอมแงม)ให้ในราคาแพง แถมยังถูกเรียกอย่างเหยียดๆว่า "Prawn" (กุ้ง)

ดูๆแล้วนี่มันแรงงานต่างด้าวนี่หว่า

3. มนุษย์ ≠ มนุษย์

 

หนังพยายามให้มุมมองที่ต่างออกไปจากหนังเอเลี่ยนเรื่องอื่นๆ คือ ให้เอเลี่ยนยืนอยู่ในฐานะที่เราเอาใจช่วย และศัตรูของเราคือ มนุษย์!

มนุษย์ในหนังเรื่องนี้ไม่ต่างจากสัตว์ประหลาดที่ไร้จิตใจ แต่ต่างกันตรงที่สัตว์ประหลาดพวกนั้นไม่ทำร้ายกันเอง แต่มนุษย์ทำได้ 

และไม่น่าแปลกใจที่เราจะเข้าข้างเอเลี่ยน หากพบเห็นการกระทำที่โหดร้ายจากฝ่ายมนุษย์ที่มีต่อเอเลี่ยนและมนุษย์ด้วยกันเองเช่นนั้น แต่ในขณะเดียวกันเรากลับเห็นเอเลี่ยนที่ดูมีจิตใจดีงามราวกับนักบุญเลยทีเดียว

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ พระเอกของเรา Wikus van de Merwe แม้ว่าจากภายนอกเขาจะค่อยๆกลายเป็นเอเลี่ยนไปทุกขณะ แต่ภายในจิตใจของเขากลับมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นกว่าเดิม

นั่นอาจหมายความว่าไม่ใช่เพียงตัวละครเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง ตัวผู้ชมเองก็เช่นกัน

4. หนังเอเลี่ยน/หนังสารคดี/หนังดราม่า

แม้ว่าจะผิดหวังเล็กน้อยที่ District 9 ไม่ใช่หนังที่เล่าด้วยท่าทีของสารคดีแบบ 100% (อย่างที่เข้าใจในตอนแรก) แต่หนังเอเลี่ยนเรื่องนี้ก็มีความแปลกใหม่พอทั้งในแง่สไตล์และเนื้อหาที่เรียกได้ว่า นี่คือหนังเอเลี่ยนของแท้ (เพราะเอเลี่ยนเป็นพระเอกในเรื่องนี้)

นอกจากนั้นหนังเรื่องนี้ยังสามารถดูได้หลายระดับ จะเอามันส์เฉยๆก็ได้ (พูดตรงๆ เรื่องนี้มันส์กว่า Transformers สัก 18 เท่าได้) หรือจะเอาบางประเด็นมาขบคิดต่อก็ไม่เสียหาย เช่น ประเด็นคนต่างด้าว 

ในขณะเดียวกันหนังยังมีอารมณ์ดราม่าที่จับคนดูได้อยู่หมัด โดยเฉพาะในฉากจบที่สะเทือนใจผมอย่างแรงเลย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะรู้สึกแบบนี้ในหนังเอเลี่ยนได้

5.บทสรุป

ผมว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลยทีเดียว อยากให้ลองไปดูกันนะครับ 

 

ปล. หนังอาจจะน่าเวียนหัวเล็กน้อยจากการตัดภาพเร็วๆ ยังไงก็ระวังกันด้วยก็ดี พกยาดมไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร (แต่ถ้าดู Transformers แล้วตาไม่ลายก็ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะครับ)


ปล. 2 แล้วก็อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นหนังหุ่นยนต์นะครับ เพราะโรงที่ผมไปดูมาได้ยินคนมาซื้อตั๋วแล้วบอกว่า "เอาหนังหุ่นยนต์" แต่ก็ไม่แปลกใจเพราะ Poster ในบ้านเรามันก็ชี้นำไปทางนั้นจริงๆ -_-"

 



edit @ 26 Sep 2009 01:33:27 by blueorchid